สวัสดีวันอังคารค่ะ เหนื่อยๆ มากๆ จันทร์กะอังคาร เดินจนปวดเท้าไปหมดไม่รู้งานอะไรนักหนาละ อิอิ วันนี้แต่งตัวสวยไปทำงานด้วยนะคะ แล้วพอดีไปเดินกะคนที่ท้อง มีคนแซวว่าท้องเหรอ โห้ย โหดร้ายทารุนกับคนอ้วนมากๆ แงงงงง คอยดูนะ ฉันจะผอมมมมมมมม .....

 

*** เรื่องที่สาวอ้วนควรรู้ ***

6 วิธีกินให้น้อยและอิ่ม(ลดความอ้วน)  ที่มา  health2you
คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มจะมีน้ำหนักตัวมากเกิน ปัญหาที่พบบ่อยประการหนึ่งได้แก่ กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม วันนี้เรามี Tips หรือคำแนะนำในการกินให้ได้แคลอรีค่อนข้างน้อยและอิ่มจากคุณ Eric Sabo มาฝาก...
      1. กินผัก ผลไม้มากๆ ทุกมื้อ :: เสริมผัก ผลไม้เข้าไปในอาหารทุกมื้อทุกจาน (ถ้าทำได้) ผักและผลไม้จะเข้าไป “กินที่” ในกระเพาะอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น
      2. กินโปรตีน :: โปรตีนมีมากในถั่ว นม ไข่ และเนื้อ ถ้าเป็นนมควรเลือกนมไขมันต่ำ (low fat) หรือนมไม่มีไขมัน (nonfat) ถ้ากินเนื้อควรเป็นเนื้อที่ไม่ติดมัน เนื้อสัตว์ปีก เช่น ไก่ เป็ด ห่าน ฯลฯ มักจะมีไขมันอยู่ที่หนัง จึงควรแยกหนังออก กินแต่ส่วนเนื้อ อาหารประเภทโปรตีนช่วยให้เรา รู้สึกอิ่มได้เร็ว อย่างไรก็ตาม, ไม่ควรกินโปรตีนมากเกินไป เนื่องจากโปรตีนจากสัตว์มักจะมีไขมันแฝงอยู่เสมอ และโปรตีนที่มากเกินก็แปรรูปเป็นไขมันได้ในภายหลัง

      3. กินไขมันให้น้อย :: อาหารประเภทไขมันทำให้เรารู้สึกอิ่มได้น้อย และยังทำให้อ้วนได้ง่ายกว่าอาหารประเภทอื่นๆ
      4. งดเครื่องดื่มเติมน้ำตาล :: เครื่องดื่มเติมน้ำตาล เช่น ชาเขียวใส่น้ำตาล น้ำอัดลม ฯลฯ ไม่ค่อยทำให้นักดื่มรู้สึกอิ่ม และมีพลังงานแฝงอยู่มาก มหาวิทยาลัยทัฟท์ (Tuft) ศึกษาพบว่า ผู้ใหญ่อเมริกันได้รับพลังงานเกือบ 2/3 จากเครื่องดื่มเติมน้ำตาล
     5. กินนมไขมันต่ำ ผลไม้เป็นอาหารว่าง :: นอกจากการกินผักมากๆ พร้อมอาหารแล้ว การกินผลไม้เป็นอาหารว่างก็มีส่วนช่วยให้อิ่มได้ ควรเลือกผลไม้ที่มีรสหวานไม่มากเกิน นมไขมันต่ำ (low fat milk) หรือนมไม่มีไขมัน (nonfat milk) หรือนมถั่วเหลืองวันละ 1-2 แก้วก็เป็นอาหารว่างที่ดี นมมีโปรตีนสูง ทำให้อิ่มได้เร็ว   
     6. กินแบบชาวโอกินาวา :: ชาวโอกินาวาเป็นกลุ่มประชากรที่ มีสุขภาพดี และมีอายุยืนมากที่สุดในโลก การกินอาหารให้อิ่มเร็วควรจะนั่งกิน เคี้ยวช้าๆ กินจนรู้สึกว่า อาหารเข้าไปในท้องประมาณ 80 % หรือกินให้ “เกือบอิ่ม” แล้วนั่งรออีกสักพักจนครบ 20 นาที วิธีนี้เรียกว่า “ฮารา ฮาชิบู (hara hachibu)” หรือการกินร้อยละ 80 หรือ 4/5 (ไม่ใช่กินจนเต็มท้อง) จากการศึกษาพบว่า คนโอกินาวากินอาหารที่มีพลังงานน้อยกว่าคนอเมริกัน 10-40 %

 

*** งบประมาณวันนี้ ***

ช่วงคุมกระเป๋าตัวเอง ใช้ไปแล้วทั้งหมด ... บาท

 

*** น้ำหนักชั่ง ณ วันที่ 17 มีนาคม 2552 :: 79.00 Kg --- พลังงานโดยประมาณ ( 1140 Kcal)

06.30 น.  อาหารเช้า :: -ข้าว + ต้มเครื่องใน + ปลาทอด + ต้มจืดกระหล่ำปลี (อย่างละนิดละหน่อย) (70 + 50+ 50+50 =220 Kcal) 

08.00 - 12.00 น.  น้ำเปล่าล้วนๆ + เดินอีกทั้งเช้า ( 500 kcal)

12.00 - 12.30 น. อาหารกลางวัน :: ชุดซูชิเซท (400 Kcal มั่ง)

15.30 - 16.00 น. ถั่ว 1 กำมือ  + แย่งกันกินซูชิ แซลมอน + ไก่ทอด 1 ชิ้น (20+100+400 = 520 Kcal)  

19.00 - 19.30 น.คาดว่าจะกิน Pepsi Max อย่างเดียว

 

*** กิจกรรมวันนี้ --- พลังงานโดยประมาณ 1220 Kcal ***

เดินรับแขกประมาณ 4 ชั่วโมง                             500 Kcal
นั่งทำงาน 4 ชั่วโมง                                           440 Kcal
เดินบนทางชันระดับ 2 เวลา 1.15 ชั่วโมง             280 Kcal

  

*** บันทึกส่วนตัว ***

น้ำหนักยังไม่ลดค่ะ แต่ก็พอใจที่มันไม่ขึ้นนะ เพราะถ้าคิดว่า 1 เดือน น้ำหนักลง 2 กิโล เรายังเหลือเวลาอีก 11 เดือน ก็จะลดไป 22 กิโล ก็ยังดีเนอะ อิอิ

 

*** เป้าหมายวันพรุ่งนี้ ***

เดินให้ได้วันละ 10000 ก้าว ทำงานเยอะๆ เพราะงานหนักมากกกกก....

 
81.0 Kg --> 79.0 Kg :: 2 Kg

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ได้ลดเลยจ้าา ยังอยู่ที่ 2 โล เท่าเดิม มีข้ออ้างว่า ทำงาน จนไม่ไหวอะ อิอิ

#11 By i-Keng on 2009-04-08 17:40

คงลดไปได้หลายโลแล้วนะคะ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

#10 By peewa 丕娃 on 2009-04-06 22:23

มาเยี่ยมนะ อ้าวหายไปไหนแล้ว บันทึกกันหน่อย เป็นการเตือนตัวเองให้เคร่งครัดไปในตัว big smile big smile big smile

#9 By เหรียญเอง on 2009-03-28 15:20

มาติดตามบล็อค

อิอิ หายไปนานงานคงจะยุ่ง
อย่าเพิ่งถอดใจเลิกไดเอ็ตนะ

สู้ๆจ้า

#8 By G on 2009-03-27 11:19

มาเยี่ยมอีกรอบ ไม่ค่อย up blog เลยนิ ...

#7 By เหรียญเอง on 2009-03-23 09:12

กินเร็วเหมือนกันค่ะ วางหาย วางหาย

ตอนนี้พยายามกินอย่างมีสติมากขึ้นแล้วนะ ก็ยังจัดว่าเร็วอยู่ดี ต่อไปจะพยายามกินแบบเคี้ยวเอื้อง (ศัพท์คุณ Zamma) ดูบ้าง อิอิ

เรื่องที่ไปถามในบล็อคเราว่าใช้เวลานานแค่ไหนลดได้ 20 กิโล (ตอนนี้ จะ21 แล้ว)

ราวๆสามเดือนค่ะ เริ่มลดตอน 21 ธันวาคม ปีที่แล้ว พรุ่งนี้ (21 มีนาคม) ก็ครบสามเดือนเต็มค่ะ sad smile sad smile

#6 By G on 2009-03-20 22:06

big smile ขอบคุณมากค่ะคุณ peewa เพิ่งจะลดได้ 2 kg เองจ้า แต่พอใจนะ ถ้าเดือนละ 2 Kg ลดไป 10 เดือนก็ 20 Kg แล้วอะ อิอิ สู้ๆ

big smile ขอเลียนแบบคุณเหรียญหน่อยจ้า แต่ว่าเราไม่ได้ขยันเท่าอะ อ้อ sushi roll 1 อันให้พลังงาน 20-25 Kcal จ้า กินไปกี่อันก็คูณไปเท่านั้น เราก็คูณ เวอร์ๆ ไว้ก่อนอะ

big smile มากินแบบโอกินาว่ากันไหมอะคุณ G แต่ว่านะ เราเป็นคนกินเร็วอยู่แล้ว สมันโน้น ถ้ากินช้า มะทันเพื่อนๆ มันกินไ้ก่หมดกัน เรายังกินได้น่องเดียวเอง

big smile หลานที่้บ้านก็กินช้ามากเหมือนกันคุณ Zamma ตัวเล็กนิดเดียว ผอมบางเลย อิอิ แต่ว่ากินนานขนาดนั้นไม่ไหวอะ แบบว่า ไม่ต้องทำไรกันพอดี พอดีหมดเวลาพักกลางวันละ

#5 By i-Keng on 2009-03-19 10:31

การกินช้าแบบชาว โอกินาว่า ผมขอเรียกว่าการ 'เคียวเอื้อง' แทนนะคับ เป็นอาการจาก ลูกสาวคนรู้จักที่กินได้เหมือนชาวโอกินาว่ามาก

ปล.ลูกเขากินทีเป็นชั่วโมงๆ อายุ 8 ขวบ บางทีผู้ที่อยากลดความอ้วนควรไปขอวิธีการจากเด็กๆนะ เพราะพวกเขากินได้ช้าและนาน แถมยังผอมเอาๆซะด้วย

#4 By ZAMMA on 2009-03-18 21:58

กินแบบโอกินาว่านี่น่าสนใจมากๆ

ชอบเผลอกินเยอะเกินไปแล้วก็มานั่งจุกทีหลังทุกที T^T

ตอนนี้เวลากินอะไร จีไม่เติมน้ำตาลเลยนะ รสธรรมชาติเนี่ยแหละ (นอกจากเหลือทนจริงๆจะปรุงรสหน่อย sad smile )

ตอนนี้กินไรออกรสจืดจนเป็นนิสัยไปละ

ปล. อยากกินซูชิ

#3 By G on 2009-03-18 15:44

เริ่มคิดทุก เม็ดเหมือนเราละ ฮิ ฮิ ฮิ ...เราเจอปัญหาคือเราเป็นโรค ขาด Coke ไม่ได้อะดิทำไงดี ...??? แล้วอีกอย่าง ซูซิเซ็ทนี่ให้พลังงาน 400 Kcal เหรอ ตั้งแต่เราลดน้ำหนักนะ เราไม่กล้ากินเลยอะ

#2 By เหรียญเอง on 2009-03-17 18:05

เป็นกำลังใจให้นะคะ
ลดได้กี่กิโลแล้วคะ confused smile

#1 By peewa 丕娃 on 2009-03-17 17:33